วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2554

กลอนคุณตา 7

18 ม.ค. 44 – 04.45
                 นอนหัวค่ำพอสามทุ่มก็ม่อยหลับ                ไม่ต้องนับไม่ต้องบ่นมนต์คาถา
 หลังเที่ยงคืนจึงพลิกฟื้นตื่นขึ้นมา                              ภาวนาแล้วก็หลับไปโดยดี
                เราทำจิตให้คิดเป็นปรกติ                              สมาธิดำริชอบกรอบวิถี
 เลี้ยงชีพชอบดำรงตนวินัยมี                                        ทุกนาทีใจมั่นคงดำรงธรรม
               ไม่อิจฉาไม่ตาร้อนไม่คิดมาก                         การกินนอนไม่ยุ่งยากทุกเช้าค่ำ
 ช่วยตัวเองทุกชนิดกิจกรรม                                         วิจัยธรรมตั้งความเพียรให้พอเพียง
               ใครจะชอบใครจะชังก็ช่างเขา                     ใจของเราสิ่งใดชั่วจะหลีกเลี่ยง
 ละความโลภลดลำพองให้เหลือเพียง                       การฟังเสียงคนรอบข้างว่าสำคัญ
                เป็นมนุษย์ก็สุดเลิศประเสริฐแล้ว               เดินตามแนวทางสายกลางอย่างสร้างสรรค์
 อย่ามีความเห็นแก่ตัวมาพัวพัน                                  ควรยึดมั่นเมตตาธรรมประจำใจ      

วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2554

กลอนคุณตา 6

15 ม.ค. 44 – 04.30
                ฝนตั้งเค้าตั้งแต่เช้าวันอาทิตย์                      แล้งมานานแห้งสนิทต้นไม้เฉา
 ต้องสูบน้ำรดทุกร่องงานไม่เบา                                 ชุ่มไม่เท่าที่ฝนตกเพียงห่าเดียว
               พอหลังเที่ยงฝนก็เทลงห่าใหญ่                   พวกต้นไม้ต่างดีใจเพิ่มความเขียว
 ลมพัดแรงน้องพายุอยู่ครู่เดียว                                   กิ่งใบพลิ้วบิดเป็นเกลียวเกี่ยวพันกัน
               พอลมซาฟ้าคำรามอย่างกึกก้อง                  แลบแปลบปลาบไม่อยากมองสยองขวัญ
ฝนยังพรำน้ำเจิ่งนองอยู่นานครัน                            พวกชาวสวนเกษมสันต์ชื่นกมล
              ฝนยังปรอยเราขับรถไปทำบุญ                   สองโมงเศษวัดญาณเวศก์ยังมีฝน
รอบรอบโบสถ์คงคลาคล่ำด้วยผู้คน                        ร่วมพิธีกลางสายฝนที่ตกพรำ
            วัดญาณฯทำพิธีฝังลูกนิมิต                           งานปิดทองเริ่มมาแต่สิบสองค่ำ
รวมเก้าวันจนแรมห้ามีกิจกรรม                               พิธีนำลูกนิมิตลงหลุมสำคัญ
          งานใดใดจัดได้ถูกกาลเทศะ                         ก็ย่อมจะสมประสงค์จำนงมั่น
 วัดคิดนำชาวบ้านช่วยไปด้วยกัน                          จุดสำคัญพิธีกรรมทำอย่างไร
           ทำให้ถูกตามวินัยไตรปิฎก                           การจะยกย่องเป็นวัดทุกสมัย
 เนื้อนาบุญราษฎร์กับวัดร่วมน้ำใจ                        เป็นเหตุให้ศาสน์ดำรงยืนยงมา
           ฝนตกมาเหมือนน้ำมนต์จากสวรรค์           พวกร่วมงานเกษมสันต์กันทั่วหน้า
 เจ้าหน้าที่ป่าวประกาศได้เวลา                              พิธีกรรมจะเดินหน้าไปด้วยดี
          ท่านเจ้าคุณธรรมปิฎกเจ้าอาวาส                 กล่าวประกาศซักซ้อมสงฆ์ประจำที่
 พวกคุณหญิงประจำหลุมกันทันที                      พอสิบสี่นาฬิกาก็เริ่มการ
          พิธีสงฆ์เสร็จแล้วเริ่มทักนิมิต                     พระภิกษุเดินประชิดหลุมแล้วขาน
วัตถุใดที่นำมาเป็นพยาน                                       ชาวบ้านขานใช้ศิลาทุกหลุมไป
            เริ่มหลุมแรกทางเบื้องทิศบูรพา               หลุมสองอาคเนย์เฉียงไปทางใต้
 หลุมที่สามเป็นทักษิณแล้วย้ายไป                       หลุมที่สี่ถัดไปไซร้หรดี
           หลุมที่ห้าปัจจิมคือตะวันตก                      หลุมที่หกทิศพายัพมีราศี
 หลุมที่เจ็ดทิศอุดรเยือกเย็นดี                               ย้ายอีกทีหลุมอีสานครบแปดทิศ
           พระสงฆ์เดินต่อบรรจบให้ครบถ้วน      เพื่อถามทวนที่หลุมแรกเป็นเสร็จกิจ
 ทั้งสองฝ่ายได้ประจักษ์ทักนิมิต                          กระทำกิจกำหนดเขตได้ชัดเจน
           ที่ปากหลุมมีเสาหินปักไว้ด้วย                 เป็นเหลี่ยมสวยสูงเมตรเศษที่โดดเด่น
 เหลี่ยมอยู่บนกลมอยู่ล่างสร้างไว้เป็น               พยานเห็นร่วมสร้างสรรค์คู่กันมา
           เมื่อพระสงฆ์กลับมานั่งประจำที่            ประธานตีฆ้องสัญญาณเพื่อบอกว่า
 ตัดสาแหรกหลุมที่เก้าปล่อยลงมา                     ลั่นอีกคราแปดหลุมตัดพร้อมกัน
         งานถัดไปก็คือการผูกสีมา                          เรื่องของสงฆ์โดยเฉพาะต้องจัดสรร
 ภายในเขตอุโบสถนั้นสำคัญ                             ชนทุกชั้นนั้นต้องออกนอกสีมา
         อันพระสงฆ์ตามจำนวนนิมนต์ไว้            มีหนึ่งองค์ที่ปราดเปรื่องเป็นหัวหน้า
 สวดญัตติมิใช่สวดอย่างธรรมดา                       คำเดียวถ้าสวดเพี้ยนไปทวนทันที
         อันงานฝังลูกนิมิตของวัดญาณฯ               ผูกสีมาได้พ้นผ่านเป็นราศี
 การทุกอย่างสำเร็จได้เป็นอย่างดี                      เพราะมีพุทธบริษัทสี่ร่วมจัดการ     
          ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสิกา อุบาสก                  ปถัมภกพุทธศาสน์ร่วมสืบสาน
ร่วมเผยแพร่พุทธธรรมมาช้านาน                     จำเนียรกาลเกินสองพันห้าร้อยปี

วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2554

กลอนคุณตา 5

14 ม.ค. 44 – 03.15
                นอนสี่ทุ่มมาตื่นเอาตอนตีสาม                          ก่อนนอนอ่านหนังสือตามอัชฌาศัย
 เกิดอารมณ์จากมีคนไปปิดไฟ                                          ถึงอย่างไรก็สงบได้พอควร
               จิตสงบเพราะระงับดับความโกรธ                   บรรเทาโทษไม่ให้ใจเราปั่นป่วน
 สติตั้งยั้งอารมณ์ไม่ให้รวน                                               ความนิ่มนวลชวนให้นอนอย่างสบาย
               ความเยือกเย็นในอารมณ์บ่มนิสัย                     ไม่หวั่นไหวในกิเลสเหตุทั้งหลาย
 เกิดแล้วดับหลับแล้วตื่นย่อมผ่อนคลาย                         ความสบายกายและใจเกื้อกูลกัน
              ระลึกรู้อยู่ที่ไหนก็สุขได้                                     รู้คลี่คลายลดความทุกข์จะสุขสันต์
 ใจสบายละลายโกรธได้โดยพลัน                                  อย่าคาดคั้นอย่าเคี่ยวเข็ญให้ขุ่นเคือง
               ตื่นขึ้นมาทำให้พบสิ่งดีดี                                  พูดให้น้อยอย่าเสียดสีให้มีเรื่อง
 ใช้หูมากใช้ปากน้อยค่าควรเมือง                                  อย่าให้เรื่องความเร่าร้อนบั่นทอนเรา

วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2554

กลอนคุณตา 4

8 ม.ค. 44 – 04.40

                เมื่อวานดื่มมากไปหน่อยก่อนอาหาร         หลับไปนานจึงตื่นนอนตอนตีสี่
นอนรวดเดียวมักจะเมื่อยไม่เข้าที                      ตื่นตีสี่เข้าห้องน้ำแล้วไม่นอน
                ล้างหน้าแล้วมานั่งโต๊ะเขียนหนังสือ        โต๊ะก็คือที่พำนักทั้งพักผ่อน
เพื่อนใกล้ชิดคู่ชีวิตของนักกลอน                     ถ้าไม่นอนก็นั่งโต๊ะเป็นประจำ
               คนส่วนมากกินและนอนเป็นเรื่องใหญ่     กรรมกรใช้แรงกายนอนหัวค่ำ
 พระนักปราชญ์ฉลาดเปรื่องมากกิจกรรม            บันเทิงธรรมมักนอนน้อยกว่าใครใคร
              มหาราชทรงบรรทมเพียงยามเดียว         จึงชาญเชี่ยวทั้งแคล่วคล่องและผ่องใส
ราชกิจแม้มากมายสักเพียงใด                     เผด็จได้เพราะมากด้วยบารมี
          บารมีบังเกิดด้วยอิทธิบาท                     มีฉันทะ วิริยะ อย่างคงที่
 มีจิตตะใจจดจ่องานที่มี                               วิมังสาตรวจสอบที่ระบบงาน
            ใช้ปัญญาพิจารณาอย่างถี่ถ้วน                ปรับปรุงแก้ตามสมควรอย่างกล้าหาญ
ผู้ถึงธรรมอิทธิบาทประกอบการ                                     เผด็จงานได้สำเร็จอย่างงดงาม

วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2554

กลอนคุณตา 3

4 ม.ค. 44 – 04.26
           กรมทรัพย์เชิญร้อยเก้าปีสถาปนา                     กาลเวลาเราผ่านเห็นเหมือนเต้นโขน
หนุมานเป็นดาวเด่นลิงทโมน                                           การเล่นโขนมักใช้เรื่องรามเกียรติ์
                พระรามลักษณ์ตระหนักเป็นฝ่ายธรรมะ        ซึ่งย่อมจะดำรงฤทธิ์สถิตเสถียร
ทศกัณฐ์นั้นเป็นยักษ์ชอบเบียดเบียน                               รามเกียรติ์จึงดำเนินเนิ่นนานมา
                เปรียบตัวเราแล้วก็คล้ายหนุมาน                       การทำงานอาสานายอย่างแกล้วกล้า
นายส่วนใหญ่ดีแต่ใช้ไม่นำพา                                         ความรู้สึกลูกน้องข้าเป็นเช่นไร
               สวมหัวโขนโจนทะยานไปข้างหน้า                คอยแต่ว่าตัวจะเด่นเป็นไฉน
หัวหน้าดีลูกน้องทำอย่างเต็มใจ                                        งานใดใดย่อมเสร็จสมอารมณ์ปอง
                หัวหน้าดีต้องไม่มีอคติ                                        ไม่ลำเอียงเพราะชอบชังให้มัวหมอง
 ไม่ลำเอียงเพราะขาดเขลาทุกทำนอง                                  รักลูกน้องและให้เกียรติตามสมควร

วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2554

กลอนคุณตา 2

3 ม.ค. 44 – 20.57
            อยู่บ้านสวนกิจกรรมธรรมดา                            เดินตรวจตราดูต้นไม้หวังให้สวย
ต้นไม้งามผลไม้ก็อำนวย                                                    ย่อมจะช่วยใจจรรโลงโล่งสบาย
                มะม่วงออกดอกช่อน้อยศัตรูมาก                      หนอนแมลงป้องกันยากมักเสียหาย
คนทำสวนเป็นอาชีพลำบากกาย                                      ทำเพื่อขายยิ่งยุ่งยากลำบากใจ
                ผลิตผลทางการเกษตรราคาต่ำ                           คนกลางซ้ำกดราคาลงมาใหญ่
ปุ๋ยก็แพงโรคแมลงเป็นพิษภัย                                           รัฐเห็นใจแต่มักช่วยไม่ถูกทาง
              โรงงานปุ๋ยตั้งขึ้นมาทำท่าดี                                กลับขาดทุนอย่างป่นปี้ถูกขัดขวาง
กลยุทธ์พ่อค้าปุ๋ยทำทุกทาง                                 รักษาความเป็นคนกลางฟันกำไร

            ถ้าจริงใจช่วยเกษตรใช่เรื่องยาก                       แต่ส่วนมากทุกโครงการไม่โปร่งใส

ขาดเมตตาขาดเป็นธรรมขาดน้ำใจ                                   เกษตรไทยจึงทุกข์หนักจมปลักโคลน

วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2554

กลอนคุณตา 1

คุณตาเขียนกลอนสอนลูกหลาน
1 ม.ค. 44 – 00.15            
              ตื่นตอนดึกคะนึงนึกถึงอดีต                        พรหมลิขิตขีดชีวิตให้ต่อสู้
เกิดริมนาใกล้ท่าน้ำพ่อเป็นครู                                  ตายายอยู่บ้านหลังใหญ่แบบโบราณ
           เด็กบ้านนอกอาบน้ำท่าคลองชุมพร              พ่อบวชนานเป็นนักกลอนสอนชาวบ้าน
สึกจากพระได้เป็นครูประชาบาล                             ดลบันดาลให้ลูกชายชอบเล่าเรียน
           ตอนสามขวบตาสอนใช้กระดานชนวน       โดยชักชวนให้วาดรูปและขีดเขียน
ก ถึง ฮ ผสมสระได้แนบเนียน                                 ก่อนเข้าเรียนเขียนอ่านได้อย่างแน่นอน
           เข้าโรงเรียนตอนห้าขวบในชั้นเตรียม           อ่านหนังสือได้ดีเยี่ยมเพราะตาสอน
สองสามเดือนได้เลื่อนชั้นข้ามขั้นตอน                    ขึ้นป.หนึ่งไปได้ก่อนเด็กทั่วไป
           เมื่อเติบโตเรียนจบชั้นมัธยม                         สิบเจ็ดปีเป็นหนุ่มรุ่นเริ่มเหลวไหล
เป็นลูกจ้างทัพญี่ปุ่นอันเกรียงไกร                           คบนักเลงจนเฉียดใกล้คุกตะราง
           พ่อขอร้องแกมบังคับให้เลิกทำ                    และชักนำฝากให้เป็นครูลูกจ้าง
เงินเดือนน้อยต้องยอมทนหาหนทาง                      ได้ถอยห่างสิ่งแวดล้อมที่แผ้วพาน
           ได้เป็นครูโรงเรียนเล็กใกล้ทุ่งนา                 เป็นไม่นานได้ย้ายมาอยู่ใกล้บ้าน
โรงเรียนเดิมที่เคยเรียนมาไม่นาน                           สิบสามปีเพิ่งพ้นผ่านได้เป็นครู
            โรงเรียนใหญ่มีนักเรียนตั้งหลายร้อย         ครูมีน้อยสิบกว่าคนค่อนข้างหรู
อาคารเรียนมีห้องพักของคุณครู                           มีหนังสือสามสี่ตู้ให้อ่านกัน
            เราชอบอ่านสืบสันดานตาและพ่อ            บ้านอยู่ใกล้เวลาพอและขยัน
แค่สองปีอ่านเกือบหมดเก่งเหมือนกัน                 สอบเลื่อนขั้นสอบแข่งขันผ่านสบาย
             อุปสมบทเมื่ออายุยี่สิบปี                          ชีวีที่จะเดินเริ่มขยาย
คุณครูใหญ่ครบเกษียณจึงง่ายดาย                       แต่งตั้งเราเป็นแทนได้ตามทำนอง
            เป็นครูใหญ่แค่สองปีก็ต้องย้าย                ตั้งให้อยู่ห้องสมุดเรายิ้มย่อง
เป็นผู้ช่วยบรรณารักษ์โอกาสทอง                       ความช่ำชองเรื่องการอ่านเบิกบานใจ
            พอกระทรวงตั้งหน่วยโสตทัศนศึกษา    จึงลงบ่าเราแบกรับไปกันใหญ่
เที่ยวฉายหนังให้คนดูกันทั่วไป                          ทุกอำเภอตำบลไกลใกล้ก็มี
           เพียงสองปีโชคพาเราเปลี่ยนอีกครั้ง        มีการตั้งชั้นมัธยมอำเภอสวี
วุฒิครูพิเศษประถมที่เรามี                                  เปลี่ยนหน้าที่เป็นผู้สอนกันอีกคราว
          เพียงสามปีอยู่สวีไม่นานนัก                     ได้พบรักได้พบโชคงานก็ก้าว
สอบแข่งขันสัญญาบัตรได้คว้าดาว                    เป็นเรื่องราวดวงของคนมันจะดัง
          ต้องเข้ากรุงมาทำงานที่แตกต่าง              บัญชีกลางที่เราไม่เคยนึกหวัง
จากศึกษาต้องมาที่กระทรวงคลัง                      ในบรมหาราชวังอันเลิศลอย
          สามสี่ปีต้องเปลี่ยนงานกันอีกหน             ต้องดั้นด้นเพราะใจเราสู้ไม่ถอย
จากคลังมาอุตสาหกรรมไม่ซ้ำรอย                     โลหกิจดีไม่น้อยเหมืองแร่ไทย
           จากศูนย์หนึ่งจนกระทั่งถึงสามศูนย์        งานพอกพูนงานเพิ่มเติมขนาดไหน
พอเกษียณงานส่วนตัวเริ่มทันใด                         การซื้อมาและขายไปเรื่องที่ดิน
           ทำมาได้ห้าหกปีก็ได้คิด                          อันชีวิตไม่นานนักก็จบสิ้น
หาความสุขสงบใจเป็นอาจิณ                             อ่านและเขียนนิจสินนั้นแหละดี
          จึงมาเริ่มงานทำสวนที่ขอบกรุง                โดยหมายมุ่งพุทธธรรมนำวิถี
การทำสวนแบบชาวบ้านบรรดามี                     ตามวิธีปัญญาชนดลสบาย
          เคยเขียนกลอนแล้วพิมพ์แจกปีสี่สอง      ที่เพื่อนพ้องชื่นชมว่าพออ่านได้
จึงตั้งใจเขียนต่อไปกว่าจะตาย                          เพื่อผ่อนคลายเพื่อพักผ่อนเพิ่มพลัง
          งานในสวนจ้างคนไว้ทำแทนเรา            แต่พวกเขามักทำได้ไม่สมหวัง
หาคนสวนรักต้นไม้นั้นยากจัง                         ต้องระวังต้องดูแลเกือบทุกราย
          สามปีก่อนนอนแล้วตื่นรับปีใหม่         เขียนกลอนได้ตลอดปีดีเหลือหลาย
ครบหนึ่งปีอ่านทบทวนแล้วสบาย              ความมุ่งหมายสมดั่งจิตเจตนา
          มาปีนี้มีความสุขอย่างสันโดษ         ไร้ความโกรธไร้กังวลไร้ปัญหา
 ดูทีวีนับถอยหลังรอเวลา                      รับปีใหม่ตามประสาคนสังคม
          คนรุ่นใหม่ใจยังสู้รักก้าวหน้า           ต่างก็พากันจัดงานตามเหมาะสม
ส่งปีเก่ารับปีใหม่ได้น่าชม                    รสนิยมแตกต่างกันเพื่อบันเทิง
         เราคนแก่แต่ว่าใจยังไม่แก่                   ขอเพียงแต่ควบคุมใจไม่ให้เหลิง
ปรับจิตใจให้ทันการณ์งานรื่นเริง              ความบันเทิงตรองให้เห็นสัจธรรม
         ครอบครัวเราร่วมสังสรรค์วันปีใหม่    เริ่มแต่บ่ายดำเนินไปจนย่ำค่ำ
 ร่วมจิตใจจับสลากเป็นประจำ               สรรหาคำอำนวยพรก่อนแยกกัน
         เช้าพรุ่งนี้นัดหมายกันไปเขาใหญ่        จองที่พักจุลดิศไว้เหมาะมั่น
 ให้หลานหลานเปลี่ยนที่เที่ยวเป็นสำคัญ       ความสุขนั้นต้องซื้อหาด้วยเงินทอง