แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พรหมลิขิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พรหมลิขิต แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2554

กลอนคุณตา 1

คุณตาเขียนกลอนสอนลูกหลาน
1 ม.ค. 44 – 00.15            
              ตื่นตอนดึกคะนึงนึกถึงอดีต                        พรหมลิขิตขีดชีวิตให้ต่อสู้
เกิดริมนาใกล้ท่าน้ำพ่อเป็นครู                                  ตายายอยู่บ้านหลังใหญ่แบบโบราณ
           เด็กบ้านนอกอาบน้ำท่าคลองชุมพร              พ่อบวชนานเป็นนักกลอนสอนชาวบ้าน
สึกจากพระได้เป็นครูประชาบาล                             ดลบันดาลให้ลูกชายชอบเล่าเรียน
           ตอนสามขวบตาสอนใช้กระดานชนวน       โดยชักชวนให้วาดรูปและขีดเขียน
ก ถึง ฮ ผสมสระได้แนบเนียน                                 ก่อนเข้าเรียนเขียนอ่านได้อย่างแน่นอน
           เข้าโรงเรียนตอนห้าขวบในชั้นเตรียม           อ่านหนังสือได้ดีเยี่ยมเพราะตาสอน
สองสามเดือนได้เลื่อนชั้นข้ามขั้นตอน                    ขึ้นป.หนึ่งไปได้ก่อนเด็กทั่วไป
           เมื่อเติบโตเรียนจบชั้นมัธยม                         สิบเจ็ดปีเป็นหนุ่มรุ่นเริ่มเหลวไหล
เป็นลูกจ้างทัพญี่ปุ่นอันเกรียงไกร                           คบนักเลงจนเฉียดใกล้คุกตะราง
           พ่อขอร้องแกมบังคับให้เลิกทำ                    และชักนำฝากให้เป็นครูลูกจ้าง
เงินเดือนน้อยต้องยอมทนหาหนทาง                      ได้ถอยห่างสิ่งแวดล้อมที่แผ้วพาน
           ได้เป็นครูโรงเรียนเล็กใกล้ทุ่งนา                 เป็นไม่นานได้ย้ายมาอยู่ใกล้บ้าน
โรงเรียนเดิมที่เคยเรียนมาไม่นาน                           สิบสามปีเพิ่งพ้นผ่านได้เป็นครู
            โรงเรียนใหญ่มีนักเรียนตั้งหลายร้อย         ครูมีน้อยสิบกว่าคนค่อนข้างหรู
อาคารเรียนมีห้องพักของคุณครู                           มีหนังสือสามสี่ตู้ให้อ่านกัน
            เราชอบอ่านสืบสันดานตาและพ่อ            บ้านอยู่ใกล้เวลาพอและขยัน
แค่สองปีอ่านเกือบหมดเก่งเหมือนกัน                 สอบเลื่อนขั้นสอบแข่งขันผ่านสบาย
             อุปสมบทเมื่ออายุยี่สิบปี                          ชีวีที่จะเดินเริ่มขยาย
คุณครูใหญ่ครบเกษียณจึงง่ายดาย                       แต่งตั้งเราเป็นแทนได้ตามทำนอง
            เป็นครูใหญ่แค่สองปีก็ต้องย้าย                ตั้งให้อยู่ห้องสมุดเรายิ้มย่อง
เป็นผู้ช่วยบรรณารักษ์โอกาสทอง                       ความช่ำชองเรื่องการอ่านเบิกบานใจ
            พอกระทรวงตั้งหน่วยโสตทัศนศึกษา    จึงลงบ่าเราแบกรับไปกันใหญ่
เที่ยวฉายหนังให้คนดูกันทั่วไป                          ทุกอำเภอตำบลไกลใกล้ก็มี
           เพียงสองปีโชคพาเราเปลี่ยนอีกครั้ง        มีการตั้งชั้นมัธยมอำเภอสวี
วุฒิครูพิเศษประถมที่เรามี                                  เปลี่ยนหน้าที่เป็นผู้สอนกันอีกคราว
          เพียงสามปีอยู่สวีไม่นานนัก                     ได้พบรักได้พบโชคงานก็ก้าว
สอบแข่งขันสัญญาบัตรได้คว้าดาว                    เป็นเรื่องราวดวงของคนมันจะดัง
          ต้องเข้ากรุงมาทำงานที่แตกต่าง              บัญชีกลางที่เราไม่เคยนึกหวัง
จากศึกษาต้องมาที่กระทรวงคลัง                      ในบรมหาราชวังอันเลิศลอย
          สามสี่ปีต้องเปลี่ยนงานกันอีกหน             ต้องดั้นด้นเพราะใจเราสู้ไม่ถอย
จากคลังมาอุตสาหกรรมไม่ซ้ำรอย                     โลหกิจดีไม่น้อยเหมืองแร่ไทย
           จากศูนย์หนึ่งจนกระทั่งถึงสามศูนย์        งานพอกพูนงานเพิ่มเติมขนาดไหน
พอเกษียณงานส่วนตัวเริ่มทันใด                         การซื้อมาและขายไปเรื่องที่ดิน
           ทำมาได้ห้าหกปีก็ได้คิด                          อันชีวิตไม่นานนักก็จบสิ้น
หาความสุขสงบใจเป็นอาจิณ                             อ่านและเขียนนิจสินนั้นแหละดี
          จึงมาเริ่มงานทำสวนที่ขอบกรุง                โดยหมายมุ่งพุทธธรรมนำวิถี
การทำสวนแบบชาวบ้านบรรดามี                     ตามวิธีปัญญาชนดลสบาย
          เคยเขียนกลอนแล้วพิมพ์แจกปีสี่สอง      ที่เพื่อนพ้องชื่นชมว่าพออ่านได้
จึงตั้งใจเขียนต่อไปกว่าจะตาย                          เพื่อผ่อนคลายเพื่อพักผ่อนเพิ่มพลัง
          งานในสวนจ้างคนไว้ทำแทนเรา            แต่พวกเขามักทำได้ไม่สมหวัง
หาคนสวนรักต้นไม้นั้นยากจัง                         ต้องระวังต้องดูแลเกือบทุกราย
          สามปีก่อนนอนแล้วตื่นรับปีใหม่         เขียนกลอนได้ตลอดปีดีเหลือหลาย
ครบหนึ่งปีอ่านทบทวนแล้วสบาย              ความมุ่งหมายสมดั่งจิตเจตนา
          มาปีนี้มีความสุขอย่างสันโดษ         ไร้ความโกรธไร้กังวลไร้ปัญหา
 ดูทีวีนับถอยหลังรอเวลา                      รับปีใหม่ตามประสาคนสังคม
          คนรุ่นใหม่ใจยังสู้รักก้าวหน้า           ต่างก็พากันจัดงานตามเหมาะสม
ส่งปีเก่ารับปีใหม่ได้น่าชม                    รสนิยมแตกต่างกันเพื่อบันเทิง
         เราคนแก่แต่ว่าใจยังไม่แก่                   ขอเพียงแต่ควบคุมใจไม่ให้เหลิง
ปรับจิตใจให้ทันการณ์งานรื่นเริง              ความบันเทิงตรองให้เห็นสัจธรรม
         ครอบครัวเราร่วมสังสรรค์วันปีใหม่    เริ่มแต่บ่ายดำเนินไปจนย่ำค่ำ
 ร่วมจิตใจจับสลากเป็นประจำ               สรรหาคำอำนวยพรก่อนแยกกัน
         เช้าพรุ่งนี้นัดหมายกันไปเขาใหญ่        จองที่พักจุลดิศไว้เหมาะมั่น
 ให้หลานหลานเปลี่ยนที่เที่ยวเป็นสำคัญ       ความสุขนั้นต้องซื้อหาด้วยเงินทอง