วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

กลอนคุณตา 78

26 ต.ค. 44 – 04.15

               บทกรรมฐานที่สำคัญยิ่งบทหนึ่ง                      รู้ให้ซึ้งอานาปานสตินั่น
   ควรบำเพ็ญภาวนาเป็นนิรันดร์                                     ลำดับขั้นเป็นสี่หมวดเรียงกันไป
               หมวดที่หนึ่งคือกายานุปัสสนา                         หมวดที่สองเวทนาเป็นข้อใหญ่
   หมวดที่สามกำหนดจิตพินิศจัย                                     หมวดที่สี่สูงสดใสวิจัยธรรม
               ขั้นที่หนึ่งกำหนดรู้ลมหายใจ                            เข้าออกยาวสั้นไฉนอย่าเพิ่งขำ
   ขั้นที่สองเข้าออกสั้นเหมือนแกล้งทำ                          ติดตามลมไปตามลำดับเหตุการณ์
               ขั้นที่สามกำหนดรู้กายทั้งปวง                           การหายใจยังหนักหน่วงในสังขาร
   หายใจขาดชีวิตขาดคือวายปราณ                                 กายสังขารต้องมีลมเลี้ยงร่างกาย
               ขั้นที่สี่กายสังขารสงบระงับ                              ชีพไม่ดับหายใจอ่อนแต่อยู่ได้
   บังคับลมละเอียดอ่อนเชิงผ่อนคลาย                           กรรมฐานสมมุ่งหมายถึงขั้นฌาน
                อย่าตกใจลมหายใจที่แน่นิ่ง                             เพราะเป็นสิ่งเกิดขึ้นจากกรรมฐาน
    สมาธิจิตแน่วแน่นเหลือลมปราณ                               กายานุปัสสนาการอันยิ่งยง
                ขั้นที่ห้าผู้ได้ฌานได้ความสุข                           รับรู้ทุกลมหายใจไม่ลืมหลง
    เป็นเวทนาฯสติปัฎฐานที่มั่นคง                                   ยกจิตตรงขึ้นขั้นหกกันต่อไป
                สุขจากฌานไม่ใช่ความสุขทางกาย                 นิรามิสสุขสมหมายที่ยิ่งใหญ่
    ไม่พลั้งเผลอขยับจิตสูงขึ้นไป                                       ลมหายใจทั้งเข้าออกแนบแน่นนาน
                ขั้นที่เจ็ดกำหนดลมกำหนดจิต                          การปรุงแต่งเติมประดิษฐ์จิตสังขาร
     ปิติสุขฌานขั้นเจ็ดจิตเบิกบาน                                      เมื่อชำนาญคล่องแคล่วแล้วก้าวอีกที
                ขั้นที่แปดเวทนาขั้นสุดท้าย                                กำหนดให้จิตสังขารนั้นคงที่
     ระงับจิตสังขารเพื่อเพิ่มดีกรี                                          เพราะอาจมีตัวตัณหามาก่อกวน
                ขั้นที่เก้ากำหนดรู้จิตของตน                              พิจารณาลมหายใจอย่างถี่ถ้วน
     เมื่อจิตโกรธรู้ว่าโกรธโลภรบกวน                                จิตมั่นคงไม่เรรวนเมื่อได้ฌาน
                จิตเสื่อมฌานสติรู้ว่าเสื่อมถอย                           สติคอยกำกับจิตไม่ฟุ้งซ่าน
     สมาธิจิตตั้งมั่นอยู่ได้นาน                                               กำหนดรู้ขบวนการแห่งจิตใจ
                 จิตตานุปัสสนาข้อที่เก้า                                      หายใจเข้าหายใจออกไม่หวั่นไหว
    จิตท้อแท้รู้เท่าทันกำจัดไป                                              กำหนดได้คือสำเร็จอีกขั้นตอน
                 ขั้นที่สิบจิตปราโมทย์เป็นเบื้องต้น                   เพิ่มพลังจิตฝึกฝนไม่ย่อหย่อน
    บังคับจิตให้เบิกบานได้ทุกตอน                                     ค่อยค่อยจรขึ้นอีกขั้นด้วยมั่นใจ
                  ขั้นสิบเอ็ดสร้างความสามารถของจิต               ได้ฌานสูงขึ้นอีกนิดตั้งมั่นได้
    บังคับจิตให้ตั้งมั่นได้เมื่อใด                                               ก้าวขึ้นไปขั้นสิบสองทำจิตคลาย     
                  จิตตั้งมั่นแล้วเหตุใดจึงคลายเสีย                        เพราะไฟทุกข์ยังลามเลียอยู่มากหลาย
    ความยึดมั่นสิ่งทั้งปวงอันตราย                                         เมื่อจิตคลายแล้วตามเห็นอนิจจัง
                  ความไม่เที่ยงอานาปานฯข้อสิบสาม                 หายใจเข้าวิราคะเป็นความหวัง
    ความจางคลายหายใจออกมีพลัง                                      เพื่อไปตั้งข้อสิบสี่อนัตตา
                  ไม่ยึดติดไม่ถือมั่นใช่เราเขา                                สู่นิโรธดับสนิทข้อสิบห้า
    สละคืนความยึดมั่นทุกสัญญา                                           อานาปาฯขั้นสิบหกวิปัสสนา

กลอนคุณตา 77

18 ต.ค. 44 – 06.50

                คุณน้อยไปกับลูกชายตามหมอนัด                    ศิริราชแหล่งบำบัดโรคน้อยใหญ่
  ณ บัดนี้ร้อยกว่าปีผ่านพ้นไป                                            ศิริราชนั้นยิ่งใหญ่วิชาการ
               เตียงคนไข้กว่าสี่พันสรรพโรค                           ไทยมีโชคเพราะเมตตามหาศาล
  พระบิดามหิดลทรงเริ่มงาน                                               ก่อกำเนิดโรงพยาบาลเพื่อปวงชน
              ราชชนนีมีเมตตาอุตสาหะ                                     เผยแผ่พระกรุณาทุกแห่งหน
  ทรงอาบเหงื่อเพื่อชุบชีพประชาชน                                 ทุกผู้คนต่างแซ่ซ้องสาธุการ
              ไทยโชคดีมีราชวงศ์องค์กษัตริย์                          ผู้ครองรัฐเปรียบบิดาปกครองบ้าน
  มีมารดาช่วยเสริมส่งดำรงงาน                                          ทั้งสืบสานทศพิศราชธรรม
               เรายังมีสยามเทวาธิราช                                         แผ่อำนาจบารมีอุปถัมภ์
  คุ้มครองไทยเมื่อภัยมีเป็นประจำ                                      ไทยจึงดำรงอยู่รอดตลอดมา

วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2554

กลอนคุณตา 76

11 ต.ค. 44 – 02.30

                ตื่นตีสองแล้วนอนต่อแต่ไม่หลับ                     จึงขยับมานั่งโต๊ะเขียนกลอนเล่น
ทำชีวิตไม่ให้เคร่งในกฎเกณฑ์                                         ความจัดเจนช่วยให้เราเบาสบาย
                กินอยู่เป็นเล่นเสียบ้างเพื่อบันเทิง                    ความรื่นเริงทำชีวิตมีความหมาย
 จิตสดใสสมองฉลาดสะอาดกาย                                       ธรรมทั้งหลายนั้นย่อมเป็นอนัตตา
                 ไม่ยึดมั่นไม่ถือมั่นรู้ปล่อยวาง                          ต้องใจกว้างตัดความคิดริษยา
 ควรดำริ “อรติโลกนาสิกา”                                              ความอิจฉาทำให้โลกพินาศลง
                 อย่าทะนงในศักดิ์ศรีว่ามียศ                             ตัดให้หมดทั้งโทสะโลภโกรธหลง
 มีวินัยแต่ไม่เป็นเช่นเถรตรง                                             จะดำรงชีพอยู่ได้ไร้กังวล
                วิจัยธรรมคำสั่งสอนพุทธองค์                           จะเสริมส่งให้เราพบประสบผล
 สงเคราะห์ญาติช่วยเหลือมิตรเป็นมงคล                         บทสวดมนต์แปลให้ได้จึงจะดี

วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2554

กลอนคุณตา 75

7 ต.ค. 44 – 14.54

                คนสวนลาไปเยี่ยมบ้านบอกสามวัน                  พูดแข็งขันกลับพฤหัสตอนก่อนค่ำ
 คงเปลี่ยนใจอยู่ห่างเมียไม่อยากทำ                                   จึงกลับคำจากลาพักลาออกเลย
                เรารู้ว่าเขาอยากพาเมียมาอยู่                               พิเคราะห์ดูไม่เข้าท่าเราจึงเฉย
 ขาพิการลูกสามคนซนจังเลย                                             เหมือนเช่นเคยหาคนใหม่มาทำแทน
                 อันที่จริงคนสวนเก่าอยากกลับมา                     เราระอาคนรู้มากอย่างเหลือแสน
 อยากได้คนรักก้าวหน้ามาทดแทน                                   ทำตามแผนของเราได้จึงจะดี
                  ต้องการคนรักต้นไม้มาช่วยงาน                       สร้างหลักฐานไม่จับจดและถ้วนถี่
  ขยันหน่อยประหยัดด้วยอยากมั่งมี                                   ความคิดดีหวังก้าวหน้าในการงาน
                   คนหนุ่มมีเมียมาด้วยอยู่ได้ทน                          มาอยู่เดี่ยวมักจะบ่นคิดถึงบ้าน
  แก่เกินแกงสอนไม่ได้แก่เกินการ                                     หาคนงานที่พอเหมาะไม่ค่อยมี
                   อันที่จริงคนว่างงานมีอยู่มาก                            ค่อนข้างยากจะหาคนรักหน้าที่
   พบแต่คนด้อยคุณภาพเสียทุกที                                        ขาดอบรมไม่ค่อยมีพัฒนา

วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2554

กลอนคุณตา 74

1 ต.ค. 44 – 11.30

                อีกสองวันพระสงฆ์จะออกพรรษา                 เป็นสัญญาว่าต่อไปจะหมดฝน
  ชาวภาคใต้ยังอาจต้องระวังตน                                      สู้ลมฝนปลายฤดูอยู่ทั่วกัน
               วัดหลายแห่งเพิ่มสีสันออกพรรษา                   การตักบาตรเทวดาจากสวรรค์
  แข่งเรือพายแห่เรือพระมีประชัน                                  เพิ่มสีสันออกพรรษาบูชาธรรม
                เราชาวพุทธเป็นชนชาติมีวาสนา                     พระไตรรัตน์ช่วยรักษาอุปถัมภ์
  ใครบำเพ็ญศีลห้าข้อเป็นประจำ                                     ศีลจะนำความอยู่รอดและปลอดภัย
                 คนมีศีลจะไม่มีใครเกลียดชัง                           จะไร้โรคมีพลังจิตสดใส
  ไม่ฆ่าสัตว์ไม่ลักทรัพย์ของผู้ใด                                      ลูกเมียใครสามีเขาไม่ล่วงเกิน
                  เว้นมุสาพูดไพเราะไม่ส่อเสียด                       คนไม่เกลียดและมีแต่จะสรรเสริญ
  ไม่ส้องเสพของมึนเมาให้เสียเงิน                                    ทั้งกายใจจะจำเริญทรัพย์นองเนือง
                 เมื่อไม่เมาจึงไม่ชอบเที่ยวกลางคืน                   ครอบครัวเราสุขสดชื่นไม่มีเรื่อง
  หาเงินได้ก็ใช้พอไม่ฝืดเคือง                                             ความรุ่งเรืองในหน้าที่ดีได้ไว

วันอังคารที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2554

กลอนคุณตา 73

30 ก.ย. 44 – 05.50

                นอนดึกมากชมถ่ายทอดแข่งความสวย            เพิ่มความหนุ่มกระชุ่มกระชวยและฮึกหาญ
ถึงแก่แล้วยังมีไฟในดวงมาลย์                                          แม้ไม่ชอบวิธีการก็ชอบดู
               การประกวดตั้งชื่อมิสไทยแลนด์เวิลด์             เป็นวิธีการหาเงินก็รู้อยู่
 แข่งมิสนั่นดันมิสนี่ให้โฉมตรู                                          มีรางวัลค่อนข้างหรูแรงจูงใจ
               น่าสังเกตเหตุปัจจัยของผู้จัด                              หมายหัวไว้ค่อนข้างชัดใครควรได้
 ยอดพธูที่อิมพอร์ทยอดกว่าใคร                                      การจะคงความเป็นไทยช่างยากเย็น
                ชื่อบอกชัดคัดประกวดนางงามโลก                 สวยและเก่งต้องโฉลกไม่ต้องเข็น
  พูดไพเราะกล้านิดนิดต้องคิดเป็น                                  คือประเด็นความมุ่งหมายให้คะแนน
                 การประกวดกุลสตรีคงมียาก                            องค์กรหญิงแม้มีมากไม่มีแผน         
  เราคนแก่ก็ต้องดูไปแกนแกน                                         ต้องปล่อยวางมาทดแทนความกังวล

วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2554

กลอนคุณตา 72

26 ก.ย. 44 – 06.55

                ตื่นตีสี่บริหารกายจนเหนื่อย                              รู้สึกเมื่อยจึงหยุดทำแล้วมานั่ง
 บริกรรมบทสวดมนต์เพิ่มพลัง                                          สติตั้งไม่หวั่นไหววิจัยธรรม
                เกิดแล้วแก่เจ็บแล้วตายเรื่องแน่ชัด                   อริยสัจต้องสำเหนียกคอยเพรียกพร่ำ
  เตือนตนเองคิดถี่ถ้วนควรกระทำ                                     เพื่อน้อมนำไตรสิกขามาวิจัย
                บำเพ็ญศีลสมาธิเกิดปัญญา                                  มรรคทั้งแปดต้องนำพาเอาใจใส่
  ความเห็นชอบ ดำริชอบในจิตใจ                                      วาจาชอบ การงานใดชอบเช่นกัน
                 เลี้ยงชีพชอบ ความเพียรชอบประกอบด้วย      ระลึกชอบสติช่วยได้ทุกขั้น
  ตั้งจิตชอบสมาธิทำทุกวัน                                                   ทางสายกลางถือให้มั่นการดำเนิน
                 ปฏิบัติไม่ย่อหย่อนไม่ตึงมาก                               แม้จะยากหากทำได้โลกสรรเสริญ
   เป็นคนดีของสังคมพาเจริญ                                              ใช้ชีวิตอย่างเพลิดเพลินปัจจุบัน