วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2554

กลอนคุณตา 71

12 ก.ย. 44 – 18.30

              มานั่งโต๊ะตั้งแต่เช้าจะเขียนกลอน                   ใจสะท้อนชีวิตคนที่แสนสั้น
เพื่อนร่วมโลกพวกชนชาวอเมริกัน                               ต้องอาสัญคาตึกสูงกันมากมาย        
              ตายเพราะคนที่เป็นเพียงอมนุษย์                     มีใจบาปหยาบช้าสุดที่มุ่งหมาย
คิดเข่นฆ่าพยาบาทมุ่งทำลาย                                         ก่อการร้ายให้เดือดร้อนทั่วโลกา
               ใจเป็นมิจฉาทิฐิที่เหี้ยมโหด                             ทุรโทษสันดานหยาบจิตบาปหนา
 ยอมตัวตายเพราะถูกใช้ให้มรณา                                   เพื่อบูชาแนวดำริลัทธิตน
                นั่งแล้วลุกตั้งหลายครั้งเขียนไม่ได้                 เหตุการณ์ร้ายทำสมองให้สับสน
 จนเย็นย่ำจิตเยือกเย็นตัดกังวล                                       กรรมของคนดลลิขิตชีวิตเรา
                 สมาธิภาวนาช่วยได้มาก                                  เป็นวิบากแค้นขัดเคืองเรื่องของเขา
อุเบกขาเป็นบันไดใจของเรา                                          มานั่งเกลาเขียนกลอนได้เหมือนเช่นเคย

วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2554

กลอนคุณตา 70

11 ก.ย. 44 – 21.10

                มีเหตุการณ์น่าสนใจอยู่หลายเรื่อง                     เรื่องการเมืองก่อการร้ายน่าหวาดหวั่น
  ตึกเวิร์ลเทรดเพนตากอนอเมริกัน                                    พังพินาศทำลายขวัญชาวโลกเรา
                การเมืองไทยกลายเป็นเรื่องเล็กเหลือเกิน        คนไทยเมินเพราะเหตุร้ายเมืองนอกเขา
  เหมือนช้างสารถูกตัวต่อมันต่อยเอา                                 ถึงไม่เฉามันก็ช้ำเป็นจ้ำไป
                 อันสงครามใต้ดินนั้นมีอยู่ทั่ว                              ทุกชาติต้องระวังตัวเพิ่มขึ้นใหม่
  จำต้องปรับรับทุกเหตุเศรษฐภัย                                       ด้วยหัวใจที่มั่นคงดำรงธรรม
                 พวกพ่อค้าก็ขออย่าฉวยโอกาส                          ช่วยให้ชาติดำรงอยู่ไม่ระส่ำ
  เห็นแก่ตัวประโยชน์ตนอาจก่อกรรม                              ควรจะทำเพื่อส่วนรวมร่วมมือกัน

วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554

กลอนคุณตา 69

9 ก.ย. 44 – 09.15

                วันอาทิตย์สิทธิโชคโฉลกดี                              ในวันนี้ทำประโยชน์อย่าอยู่เฉย
       แม้วันหยุดสุดสัปดาห์อย่าละเลย                               ฝึกให้เคยเพ่งพินิจกิจกรรม
                วันหยุดนี้เราจะได้อะไรบ้าง                              เราปล่อยวางหรือครุ่นคิดจิตระส่ำ
       คิดทบทวนสงบจิตพินิจธรรม                                     เพื่อน้อมนำให้ตัวเราเบาสบาย
                 กินอยู่เป็นเช่นมนุษย์เจริญแล้ว                         ใจผ่องแผ้วผ่านให้พ้นทุกข์ทั้งหลาย
       รำลึกถึงพระไตรลักษณ์จะผ่อนคลาย                         สิ่งทั้งหลายไม่เที่ยงทุกข์อนัตตา
                 ปุถุชนเอาชนะความทุกข์ได้                               เป็นเรื่องง่ายจะเข้าใจไตรสิกขา
       รักษาศีลสมาธิภาวนา                                                     เกิดปัญญาจิตจะพบสงบเย็น
                 ทางสายกลางคือทางแห่งคุณภาพ                       จะเรียบราบสงบสุขหรือทุกข์เข็ญ
       ทางดับทุกข์คือมรรคแปดสิ่งจำเป็น                              เริ่มประเด็นความเห็นชอบเพื่อก้าวเดิน
                  เมื่อเห็นชอบย่อมดำริทางที่ชอบ                         วาจาชอบประพฤติชอบโลกสรรเสริญ
       เลี้ยงชีพชอบความเพียรชอบพาเจริญ                            ตั้งสติสมาธิเพลินเลิกนิวรณ์

วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2554

กลอนคุณตา 68

8 ก.ย. 44 – 04.30

                ยุคนั้นอาณานิคมยังฟูเฟื่อง                                เกือบทุกเมืองในเอเชียยังหลับใหล
 พวกฝรั่งจากยุโรปหากินไกล                                            แข่งกันไขว่คว้าเมืองขึ้นมาครอบครอง
                อเมริกันแผ่อำนาจเข้ามาด้วย                             เป็นตัวช่วยเป็นตัวเสริมเสนอสนอง
 การเมืองโลกมีการแย่งกันครอบครอง                             การค้าขายมีครรลองต่างลีลา
                ไทยโดดเด่นเป็นเมืองเดียวเอกราช                  เพราะทุกชาติอาคเนย์เซถลา
  เป็นเมืองขึ้นของฝรั่งครึ่งโลกา                                         อเมริกันเป็นกัลยาณมิตรไทย
                  มหาสงครามโลกเอเชียบูรพา                            ซึ่งญี่ปุ่นสถาปนาความยิ่งใหญ่
  ไทยต้องเข้าร่วมรบด้วยความจำใจ                                    ถึงอย่างไรไทยร่วมแผ่แพ้สงคราม
                  ฝรั่งเศสและอังกฤษจะยึดไทย                           อเมริกันนั้นเห็นใจจึงช่วยห้าม
  นโยบายไทยเป็นฐานเตรียมสงคราม                               ชาวสยามจึงพ้นความเป็นเชลย

วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2554

กลอนคุณตา 67

7 ก.ย. 44 – 06.20

                 แดนสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง               นักปกครองแย่งอำนาจกันค้าขาย
     กอบโกยกินโกงแผ่นดินกันสบาย                                ประชาธิปไตยใกล้กรายยุคทมิฬ
                 พระปกเกล้าทรงสุดแสนโทรมนัส                   ทรงสละราชสมบัติเสียทั้งสิ้น
     พวกขุนทัพบริหารงานแผ่นดิน                                     เสรีภาพการหากินของขุนนาง
                 พระทรงธรรมจำนิราศจากประเทศ                  เพราะสังเวชพฤติกรรมชั่วหลายอย่าง
     ประทับอยู่ในยุโรปอย่างปล่อยวาง                               เป็นปลายทางแห่งชนม์ชีพของพระองค์
                 ประชาธิปไตยไทยมีเพียงครึ่งใบ                      กระบอกปืนย่อมเป็นใหญ่ดังประสงค์
     ยุวกษัตริย์ซึ่งสืบสันตติวงศ์                                            ได้แก่องค์อานันทมหิดล
                  ยังเยาว์อยู่มีผู้สำเร็จราชการ                              บริหารน่าเสียวไส้อยู่หลายหน
     แต่ไทยมีเทวดาอยู่เบื้องบน                                            สยามเทวธิราชดลให้ปลอดภัย

วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2554

กลอนคุณตา 66

6 ก.ย. 44 – 05.40

                เศรษฐกิจตกสะเก็ดปัญหามาก                          ความยุ่งยากก่อเค้าเมื่อปีเจ็ดสี่
     ระบอบกษัตริย์ถูกสั่นคลอนมากทวี                            ปีเจ็ดห้าจึงได้มีการเปลี่ยนแปลง
                มิถุนาเจ็ดสิบห้าคณะราษฏร์                              ยึดอำนาจรัฐบาลหาญกำแหง
    สมบูรณาญาสิทธิราชต้องหมดแรง                               ประชาธิปไตยสำแดงอิทธิพล
                พระยามโนปกรณ์นิติธาดา                                เป็นหัวหน้ารัฐบาลถึงสองหน
    แย่งอำนาจไม่ลงตัวจึงเปลี่ยนคน                                   เป็นพระยาพหลพลพยุหเสนา
                 พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประทาน                ให้อำนาจรัฐบาลที่ปรารถนา
    รัฐธรรมนูญจึงได้เริ่มกำเนิดมา                                      สถาปนาอธิปไตยของไทยแลนด์
                จอมกษัตริย์คงดำรงองค์ประมุข                         แต่ราษฎรคงมีทุกข์นับแสนแสน
    ความยากเข็ญทุกข์ครอบงำทั่วดินแดน                          ความขาดแคลนมีทั่วทั้งปถพี
                ตัวของเราถูกหางเลขกับเขาบ้าง                        เป็นไข้ป้างม้ามก็โตหมดราศี
    มาเลเรียเราเกือบตายวายชีวี                                            งดการเรียนเสียสองปีแต่รอดตาย

วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2554

กลอนคุณตา 65

5 ก.ย. 44 – 06.30

                เราตื่นเช้าเพราะเคยชินเมื่อยังเล็ก                    ช่วยตัวเองตั้งแต่เด็กตามวิถี
 เด็กบ้านนอกพ่อเป็นครูความรู้ดี                                      เราจึงมีความก้าวหน้าสถาพร           
                แปดเก้าขวบต้องตื่นนอนตอนตีห้า                  ก่อไฟฟืนหุงข้าวปลาเอาไว้ก่อน
อาจต้มไข่ทอดปลาเค็มเพราะก่อนนอน                          ต้องคิดก่อนว่ารุ่งขึ้นกินอะไร
                ตอนเย็นแม่อาจต้มแกงทำไว้ให้                       แม้ขาดแคลนพออยู่ได้ตามวิสัย
เหมือนกันหมดชนบทที่ห่างไกล                                      คิดย้อนไปใครลิขิตชีวิตเรา
                อาบน้ำเสร็จกินอาหารเตรียมเดินทาง              รองเท้ายางนิ้วก้อยขาดเสื้อผ้าเก่า
หกกิโลหนทางเดินต้องทนเอา                                         ชีวิตเราต้องต่อสู้เพื่ออยู่คง
                เกือบสองปีเดินไปเรียนทรหด                          ขาดแคลนเงินไม่มีรถวิ่งรับส่ง
เศรษฐกิจของเมืองไทยเสื่อมทรุดลง                                คนชายดงยิ่งอดอยากลำบากกาย
                โรคระบาดก็มีมากและขาดหมอ                       งบประมาณมีไม่พอขยับขยาย
ประชาชนต้องอยู่อย่างซังกะตาย                                      ความแห้งแล้งเป็นภัยร้ายอยู่หลายปี